รัฐแรกของสหรัฐฯ วอชิงตันออกกฎหมายใหม่ “ใช้ศพมนุษย์ทำปุ๋ย”

ตามกฎหมายของรัฐวอชิงตันซึ่งเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ติดกับแคนาดาในขณะนี้ ญาติผู้เสียชีวิตจะสามารถจัดการกับศพของคนที่ตนรักได้สองวิธีด้วยกัน คือการฝังหรือการเผา

แต่กฎหมายใหม่ซึ่งผู้ว่าการของรัฐได้ลงนามเมื่อวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จะเปิดโอกาสสำหรับทางเลือกที่สาม นั่นคือการปล่อยให้ร่างของผู้ตายถูกย่อยสลายตามกระบวนการทางธรรมชาติ และกลายเป็นสารอินทรีย์ที่สามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยได้ในที่สุด

โดยกฎหมายใหม่ที่จะบังคับใช้เฉพาะในรัฐวอชิงตันนี้ มาจากการเสนอของนาย Jamie Pedersen วุฒิสมาชิกของรัฐ ผู้ให้เหตุผลว่าทางเลือกที่สามดังกล่าวเป็นวิธีดำเนินการกับร่างไร้วิญญาณของมนุษย์ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

และว่าแนวคิดสำคัญของเรื่องนี้ก็คือเราทุกคนควรมีเสรีภาพที่จะกำหนดได้ด้วยตัวเองว่า เราต้องการมีสภาพเป็นอย่างไร หรือต้องการจะทิ้งอะไรไว้หลังจากที่เราจากโลกนี้ไปแล้ว

Katrina Spade ซีอีโอของบริษัท Recompose ซึ่งจะช่วยดำเนินการตามความประสงค์ทางเลือกที่สามนี้ อธิบายกระบวนการช่วยการสลายตัวของร่างไร้วิญญาณว่า จะมีการใช้วัสดุตามธรรมชาติ เช่น ฟางหญ้าหรือเศษไม้ชิ้นเล็กๆ ปกคลุมศพของผู้เสียชีวิตและทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 3-7 สัปดาห์ ในสถานที่ของทางบริษัท เพื่อให้จุลินทรีย์ได้ทำงานตามกระบวนการธรรมชาติในการย่อยสลายร่างกายมนุษย์ให้เป็นสารอินทรีย์ขนาดเล็ก

โดยระหว่างที่ร่างกายของผู้เสียชีวิตยังไม่เน่าเปื่อยหรือถูกย่อยสลายด้วยกระบวนการทางธรรมชาติอย่างสมบูรณ์นั้น ครอบครัวของผู้ตายก็สามารถแวะไปเยี่ยมที่สถานีย่อยสลายของทางบริษัทได้ และจะได้รับมอบสารอินทรีย์ที่เหลืออยู่ในขั้นท้ายสุดเพื่อตัดสินใจว่าจะนำไปทำอะไรต่อ

ขณะนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับการฝังศพผู้เสียชีวิตนั้นอยู่ที่ระหว่าง 8,000 – 25,000 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับ 6,000 ดอลลาร์สำหรับการเผา

ทางบริษัท Recompose คาดว่า จะสามารถคิดค่าใช้จ่ายสำหรับทางเลือกที่สามคือการย่อยสลายร่างกายผู้เสียชีวิตให้เป็นปุ๋ยอยู่ที่ราว 5,500 ดอลลาร์

ถึงแม้ทางเลือกดังกล่าวจะยังไม่มีผลใช้ได้ตามกฎหมายจนถึงเดือนพฤษภาคมปีหน้าก็ตาม แต่ขณะนี้ก็มีชาวรัฐวอชิงตันหลายคนที่เห็นด้วยและแสดงความสนับสนุน อย่างเช่น Leslie Christian ซึ่งบอกว่า พี่ชายของเธอสั่งไว้ว่าหากตนเสียชีวิตก็ขอเลือกใช้วิธีให้ร่างกายย่อยสลายกลายเป็นสารอินทรีย์

ทั้งยังสั่งสำทับด้วยว่าให้นำสารอินทรีย์ที่จะได้จากร่างกายของตนนี้ ไปใช้เป็นปุ๋ยเพื่อปลูก “ต้นมะเขือเทศ”